6 พฤติกรรมผิดๆ ในการรักษาสิว

พฤติกรรมผิดๆ ในการรักษาสิว

พฤติกรรมผิดๆ ในการรักษาสิวเราเป็นคนหนึ่งที่เคยเผลอทำไปหรือเปล่า เลยทำให้รักษาไปเท่าไหร่ สิวก็ไม่หายไปจากหน้าเราสักที เรามาดูกันดีกว่า ว่าเราเองเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่มีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการรักษาสิว

1.บีบเอาหัวสิวออก

สิวจะหายเร็วขึ้นหากคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดว่าบีบสิวออกแล้วจะทำให้สิวหายเร็วขึ้น ต้องบอกว่าเข้าใจผิดอย่างมาก เพราะนอกจากจะทำให้ผิวบริเวณที่บีบ เกิดอาการบวม อักเสบแล้ว สิ่งที่ตามมาคือ แบคทีเรียในสิวกระจายเข้าไปในรูขุมขนอื่นๆ และเกิดเป็นสิวใหม่ตามมาแบคทีเรียในสิวถูกดันลึกเข้าไปในรูขุมขนเพิ่มแบคทีเรียตัวใหม่จากมือเข้าไปในสิวทั้งหมดนี้ทำให้สิวคุณอาการหนักกว่าเดิม สิวหายช้าลงและในบางกรณีอาจจะใช้เวลาหลายอาทิตย์กว่าจะหาย อีกทั้งยังทิ้งรอยแผลเป็นไว้อีกด้วย วิธีที่ดีที่สุดคือไปพบแพทย์ แต่ถ้าคุณจำเป็นต้องทำเองจริง ก็ควรเรียนรู้วิธีกดสิวแบบอย่างถูกต้องไว้ด้วย

2.ล้างหน้าและสครับหน้าบ่อยเกินไป

ขอให้เข้าใจว่าสิวไม่ได้เกิดจากความสกปรกเพียงอย่างเดียว ไม่เช่นนั้นสิวคงเกิดในที่อื่นๆ อย่างเช่น ขาหรือเท้าก็ได้ อีกทั้งการล้างหน้าไม่เหมือนกับการทำความสะอาดบ้าน ที่ยิ่งทำบ่อยก็ยิ่งดี เพราะแท้จริงแล้วการล้างหน้าบ่อยๆ คือการทำร้ายผิวต่างหาก การล้างหน้าที่มากไปจะทำให้ผิวแห้งระคายเคือง ยิ่งระคายเคืองสิวก็ยิ่งขึ้น อีกทั้งทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากเกินไป เป็นอีกสาเหตุให้รูขุมขนอุดตัน

3.ใจร้อน เปลี่ยนยารักษาสิวบ่อยๆ

ยารักษาสิวทุกตัวต้องใช้อย่างต่อเนื่องจึงจะเห็นผล ไม่ใช่ว่าใช้เวลาแค่วันสองวันแล้ว อาการจะดีขึ้นทันตาเห็น บางคนใช้ยาไปแล้ว ไม่เห็นผลทันตาก็มักจะเปลี่ยนยาไปมาบ่อย ๆ ซึ่ง พฤติกรรมแบบนี้นอกจากจะไม่ส่งผลดีต่อการรักษาแล้ว ดีไม่ดีกลับสร้างปัญหามากขึ้น เช่น อาการดื้อยา

4.ยารักษาสิวตัวเดียวใช้ได้ทุกอาการ

ยารักษาสิวแต่ละตัวมีสรรพคุณที่แตกต่างกัน ทำให้ไม่สามารถรักษาอาการทุกอย่างได้ บางตัวเหมาะสำหรับรักษาสิวอักเสบ บางตัวเหมาะสำหรับสิวอุดตัน เราต้องเลือกใช้ยาให้เหมาะกับแต่ละอาการ และต้องใช้ยาร่วมกันตัวอื่นๆด้วย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการรักษาที่ดีที่สุด ประเภทของยาแต้มสิวตามอาการ

5.เลิกใช้ยาทันทีเมื่ออาการดีขึ้น

เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว เราไม่ควรหยุดใช้ยารักษาสิวทันที เพราะนั่นคือการเพิ่มโอกาสให้สิวกลับมาได้ใหม่อีกครั้ง เราควรใช้ยารักษาต่อแค่ค่อยๆ ลดปริมาณลง จากตอนแรกถ้าเราทายาวันละ 2 ครั้ง อาจจะลดเหลือมาเป็น 1 ครั้งต่อวัน หรือจากที่เคยทายาทุกวัน ก็อาจลดเหลือแค่เพียง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ก็ได้ จากนั้นจึงจะหยุดใช้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม คลิก

Add Friends

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *